ทบ.โต้ CMAC กัมพูชา ให้ข้อมูลบิดเบือน กล่าวหาไทย ย้ํา ควรยืนบนข้อเท็จจริง
Published: 31 ธันวาคม 2025 เวลา 10:54
ทบ.แถลงโต้ CMAC กัมพูชา ให้ข้อมูลบิดเบือน กล่าวหาไทย ย้ํา ควรยืนบนข้อเท็จจริง ในทางตรงกันข้าม พลเรือนไทย ได้รับผลกระทบจากการโจมตีกัมพูชา31 ธันวาคม 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงต่อกรณีศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ระบุไทยใช้ระเบิดหลายประเภท เช่น ลูกระเบิดทิ้งจากเครื่องบิน, ระเบิดพวง (ระเบิดลูกปราย), ระเบิดควันพิษ (สารเคมี), กระสุนปืนใหญ่ทุกประเภท, ระเบิดขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นจํานวนมาก ไม่สามารถคํานวณได้ต่อดินแดนกัมพูชา ทั้งในพื้นที่สู้รบ ที่ตั้งทางทหาร และเป้าหมายพลเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล วัด ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม ว่า กองทัพบกขอยืนยัน การใช้กําลังของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักยุทธวิธีและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่มีความจําเป็นทางยุทธการ มีการควบคุมทิศทาง ระยะ และผลกระทบอย่างรัดกุม ไม่ใช่การใช้อาวุธในลักษณะสุ่มเสี่ยงหรือกระจายโดยไม่เลือกเป้าหมาย จึงไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชนพร้อมย้ําว่า กองทัพบก ไม่มีการใช้อาวุธเคมีหรือสารพิษใด ๆ ตามที่มีการกล่าวอ้าง และการเชื่อมโยงฝ่ายไทยกับอาวุธต้องห้ามดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อมูลซ้ําซาก ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงระเบิดลูกปรายนั้น การปฏิบัติของฝ่ายไทยไม่ก่อให้เกิดวัตถุระเบิดตกค้างที่เป็นอันตรายต่อประชาชนตามที่ถูกกล่าวอ้างพลตรีวินธัย กล่าวต่อว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดในปัจจุบันคือ การตรวจพบวัตถุระเบิดและกระสุนตกค้างจํานวนมากอยู่ในพื้นที่พลเรือนฝั่งไทย ทั้งในชุมชน บ้านเรือน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นผลจากการกระทําของฝ่ายกัมพูชาเอง กองทัพบกจึงเห็นว่า ประเด็นด้านความปลอดภัยของประชาชนควรเริ่มจากการยอมรับข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการกล่าวโทษหรือบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณะอีกทั้งการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยดําเนินไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความจําเป็นทางยุทธการ และการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยให้ความสําคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชนและการคุ้มครองพื้นที่พลเรือน การนําเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน ไม่เพียงไม่สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ แต่ยังเสี่ยงต่อการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความปลอดภัยหรือเสถียรภาพในระยะยาว กองทัพบกจึงขอให้ทุกฝ่ายยึดถือข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้เป็นหลัก และร่วมกันลดการใช้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย อ่านต่อ...